สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

พระประวัติ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

ทรงประสูติเมื่อ วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2468 ณ.พระที่นั่งเทพสถานพิลาส เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ราชกาลที่ 6 และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ขณะที่ทรงพระประสูติกาลพระราชธิดานั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระอาการประชวรอย่างหนัก และได้เสด็จสวรรคต เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤศจิกายน ขณะที่พระราชธิดามีพระชนมายุเพียง 2 วัน จากนั้นไม่นาน พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และพระราชธิดา ได้ทรงย้ายที่ประทับจาก พระที่นั่งเทพสถานพิลาศ ไปประทับ ณ.ตำหนัก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริวิลัยลักษณ์ กรมขุนสุพรรณภาควดี ภายใน พระบรมมหาราชวัง ต่อมา เมื่อทรงเจริญพระวัยขึ้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงเป็นห่วงในเรื่องที่ประทับ จึงได้เชิญเสด็จออกไปประทับที่ พระตำหนักสวนหงษ์ ในพระราชวังดุสิต

 

วันที่ 24 มิถุนายน 2475 ได้เกิดการ เปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ และพระชนนี ได้ทรงย้ายจากพระตำหนักสวนหงษ์ไปประทับ ณ.พระตำหนักของสมเด็จพระปิตุจฉา เจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ในสวนสุนันทา เมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองคลี่คลาย พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีทรงพระดำริสร้างตำหนักที่ประทับ บนที่ดินบริเวณมุมถนนราชสีมา ตัดกับถนนสุโขทัย เมื่อก่อสร้างเสร็จสิ้น ทั้ง 2 พระองค์ได้เสด็จมาประทับ ณ.ตำหนักใหม่ ในราวปลายปีพุทธศักราช 2477 พร้อมพระราชทานนามตำหนักแห่งนี้ว่า “ สวนรื่นฤดี ” เมื่อสมเด็จพระเจ้า-ภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงเจริญพระชนมายุ 12 พรรษา ได้ทรงเสด็จไป ศึกษาต่อ ณ.ประเทศอังกฤษ พร้อมด้วยพระมารดา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย  พระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดที่ประทับพระราชทาน ณ.โรงแรม เคนซิงตัน ต่อมาทรงย้ายมาประทับที่พระตำหนักแฟร์ฮิลล์ ในประเทศอังกฤษ และได้เสด็จกลับประเทศ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2500 พระชนนี จึงทรงซื้อที่ดินในซอยสันติสุข สุขุมวิท 38 เพื่อจัดสร้างตำหนักที่ประทับ และได้ดำเนินการก่อสร้าง โดยตำหนักแห่งนี้มีนามตามตำหนักที่ประทับเดิมว่า “ วังรื่นฤดี ” ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตราบจนกระทั่งปัจจุบัน

ในด้านพระกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจที่เป็นคุณเอนกอนันต์ต่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทยมากมาย ดังนี้

 

พระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาทิ ทรงก่อตั้งหอวชิราวุธานุสรณ์ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมและค้นคว้าเรื่องราว อันเนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบูรณะพระราชวัง สนามจันทร์ บูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นต้น ด้านพระพุทธศาสนา ได้ทราบทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา อาทิ ทรงก่อตั้งมูลนิธิภูมิพโลภิกขุ มูลนิธิศรีรัตนโกสินทร์ ในพระอุปถัมภ์ฯ

 

ด้านการสาธารณสุข ทรงพระอุปถัมภ์ก่อตั้งและพัฒนาโรงพยาบาล หลายแห่งทรงพระราชทานเงินสร้างอาคารและโรงพยาบาล พระราชทานทุนเรียนแพทย์และก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการสาธารณสุขในนามมูลนิธิวชิรพยาบาล ในพระอุปถัมภ์ฯ

 

ด้านลูกเสือ-เนตรนารี ทรงรับค่ายลูกเสือเพชรรัตน์ ไว้ในพระอุปถัมภ์ เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมกิจกรรมของลูกเสือ-เนตรนารี ทรงจัดตั้งสโมสรเนตรนารีเพชราวุธ ในพระอุปถัมภ์ฯ ทรงก่อตั้งทุนสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา ของกองอาสากาชาด สภากาชาติไทย

 

ด้านการสาธารณกุศล ทรงสนับสนุนสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ รับสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนแห่งประเทศไทยไว้ในพระอุปถัมภ์ฯ และด้านการศึกษา ทรงก่อตั้งพัฒนา สนับสนุนและอุปถัมภ์ การศึกษาในหลายๆ โรงเรียน อาทิ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โรงเรียนราชินี และสถาบันอื่นๆ อีกมากมาย

 

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงมีพระกรุณาธิคุณ รับ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ ไว้ในพระอุปถัมภ์ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2529 และทรงพระกรุณาเสด็จพระราชทาน ประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำทุกปี นอกจากนี้ พระองค์ยังได้เสด็จทรงเป็นประธานในงาน 30 ปี   ราตรีพณิชยการศิษย์ครูเพทาย ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2536 ทั้งยังพระราชทานเงิน จำนวน 1 แสนบาท เพื่อก่อตั้ง สมาคมศิษย์เก่าพณิชยการสันติราษฎร์ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณวดี ตราบจนปัจจุบัน นับเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีอันยิ่งใหญ่ ที่ได้รับพระเมตตาจากองค์พระอุปถัมภ์เสมอมา ชาว SIBA ทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และขอถวายพระพรให้พระองค์ท่าน มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นมิ่งขวัญของเหล่าพสกนิกรชาวไทย และปวงข้าพระพุทธเจ้า ชาว SIBA ทุกคน ตลอดไป กาลนาน